รีวิว Xencelabs Pen Tablet (Medium Bundle)
By Razaras

00.jpg

Xencelabs Pen Tablet เมาส์ปากกาแบรนด์น้องใหม่มาแรง พร้อมคำโปรย “New Alternative, New Inspiration” หรือ “ทางเลือกใหม่, แรงบันดาลใจใหม่” จะใหม่ยังไง? ใช้ดีแค่ไหน? มาดูกัน

 Xencelabs (อ่านว่า เซนซ์แลบส์) ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูสำหรับ digital artist เท่าไหร่นัก เนื่องจากตลอดหลายปีมานี้มีแบรนด์เมาส์ปากกาแข่งกันปล่อยรุ่นใหม่ๆออกมามากมาย แต่ Xencelabs นั้นแตกต่างและน่าสนใจ ตรงที่ Xencelabs เป็นบริษัทที่ค้นคว้าและพัฒนาโดยอดีตพนักงานของ Wacom โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะผลิตเมาส์ปากกาที่เข้าใจและตอบโจทย์การใช้งานสำหรับ digital artist ที่สุดนั่นเอง

 

 หลังจากได้ลองใช้งานมาประมาณ 1 สัปดาห์ บอกได้เลยว่าประทับใจและเกินความคาดหมายมาก ทั้งเรื่องคุณภาพวัสดุ การดีไซน์ และการใช้งานที่ยอดเยี่ยม

 

 ขอขอบคุณทาง digital friends ตัวแทนจำหน่ายเมาส์ปากกา Xencelabs อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่ส่งเมาส์ปากกา Xencelabs รุ่น Medium bundle มาให้รีวิวในครั้งนี้ครับ เพื่อนๆท่านใดสนใจก็สามารถลองเข้าไปดูรุ่นทั้งหมดและสั่งซื้อสินค้าได้ทางลิงค์ด้านล่างเลยนะ

 

Digital friends Website: https://www.digitalfriends.co.th/

Xencelabs Website: https://www.xencelabs.com/

Xencelabs Medium Bundle with Quick keys

Thai store:

https://www.xencelabs.com/product/xencelabs-pen-tablet-medium-bundle/

Global store:

https://www.digitalfriends.co.th/shop/pen-tablet-medium-bundle-with-quick-keys/

BUNDLE.jpg

ข้อมูลจำเพาะ

 

Product Name: Xencelabs Pen Tablet Medium Bundle with Quick Keys

Color: Carbon Black

Dimensions (W x H x D): 320.5 x 232.85 x 8 mm

Workspace: 10.33 x 5.8 inch / 262.4 x 147.4 mm

Aspect ratio: 16:9

Net Weight: 710.5 g

Hour per charge: 16 hours (2.5 hours charging time)

Cable included: USB type C to USB type A (Adapter provided)

Security: Kensington NANO Lock

Connectivity: Wireless or USB

---------------------------------------------------------------------------------

Pen models: PH5-A (3 Button Pen) / PH6-A (Thin Pen)

3 Button pen: 3 buttons + eraser

Thin pen: 2 buttons + eraser

Pressure levels: 8192 levels + 60-degree tilt support

---------------------------------------------------------------------------------

Quick keys remote color: Black

Dimensions (W x H x D): 6.2 x 2.46 x 0.47 inch / 157.6 x 62.5 x 12 mm

Net weight: 142g

Display: Text and symbols can be read horizontal or vertical

Custom: 8 per set. There can be 5 sets giving a total of 40 shortcut keys

Dial: Up to 4 (user can define)

Security: Kensington NANO Lock

Connectivity: Wireless or USB

Quick keys hour per charge: 25-53 hours (1.5 hours charging time)

1.jpg
1-1.jpg

สัมผัสแรก

  Xencelabs Medium Bundle มาพร้อมกับกล่องขนาดใหญ่ ซีลแพ็คมาอย่างดี ด้านหน้าจะเป็นชื่อรุ่นของเมาส์ปากกา ส่วนด้านหลังกล่องมีรายละเอียดและคุณสมบัติที่น่าสนใจพร้อมภาพกราฟิคของอุปกรณ์ที่อยู่ภายในกล่อง

2-1.jpg
IMG_20211209_154948.jpg
2-2.jpg
IMG_20211209_165802.jpg
IMG_20211209_165822.jpg

แกะกล่องกัน

 เปิดกล่องมาจะพบกับแผ่นข้อความขอบคุณจากทีมงาน Xencelabs, ตัวกระดานวาด, กล่องใส่ปากกา, quick keys remote, คู่มือการใช้งานภาษาต่างๆ (ยังไม่มีภาษาไทยนะ), สายเคเบิ้ล, ถุงมือรองวาด และที่ชอบมากๆคือซองผ้าสำหรับเก็บกระดานวาดและเมาส์ปากกา อันนี้ดีงามม คือสามารถใส่อุปกรณ์ได้ครบๆและสามารถนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกเลยทีเดียว

2-4.jpg

อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

  • Xencelabs Pen Tablet Medium

  • Xencelabs Quick Keys

  • 3 Button Pen

  • Thin Pen

  • Pen Case

  • Dongle

  • USB Cable / USB-A to USB-C

  • USB-C cable L / USB-A to USB-C
    Right Angle 90 Degree

  • Nibs (6 Standard)

  • Nibs (4 Felt)

  • Glove Medium

  • Adapter / USB-A to USB-C

  • Tablet Sleeve

  • Nib Extracting Ring

  • Quick Start Guide / Thank You Card

  • Warranty Booklet

3.jpg
3-2.jpg
3-3.jpg

วัสดุและการดีไซน์

   ยอมรับเลยว่าประทับใจจริงๆ กับความพรีเมี่ยมของวัสดุและการดีไซน์ของ Xencelabs

ผิวสัมผัสของอุปกรณ์ทุกชิ้นคือดีมาก งานประกอบมีความแข็งแรงและน่าใช้งาน ตรงนี้ถือว่าสอบผ่านสุดๆ ไม่แปลกใจที่รีวิวจากต่างประเทศชื่นชมกันรัวๆเลย

2.jpg
3.jpg
4.jpg

กระดานวาดแบบไร้สาย (หรือจะต่อสายก็ดี)

   ตัวกระดานมีการดีไซน์ตามหลักสรีรศาสตร์ให้ด้านล่างมีความโค้งมนเพื่อรองรับข้อมือเวลาใช้งาน ลดอาการปวดข้อมือเมื่อใช้งานเป็นเวลานานได้ พื้นที่ใช้งานขนาด 10.33 x 5.8 นิ้ว เป็นอัตราส่วน 16:9 ผิวหน้าสัมผัสมีความด้านเล็กน้อย ด้านบนบริเวณใต้โลโก้ Xencelabs จะมีปุ่มคีย์ลัดให้ 3 ปุ่ม สามารถตั้งค่าได้ การดีไซน์แบบนี้ทำให้ใช้งานได้สะดวกทั้งผู้ที่ถนัดมือซ้ายและมือขวา (หากปุ่มไม่พอสามารถเสริมด้วย Quick keys ได้) ตรงมุมทั้งสี่ของกระดานมีไฟบอกสถานะ สามารถเปลี่ยนสีได้ ตัวกระดานบางเพียง 8 มม. ด้านบนจะมีช่องเสียบ USB-C และมีสวิทซ์สำหรับเปิด-ปิดการใช้งานแบบไร้สาย และช่อง Nano Lock สามารถใช้งานแบบไร้สายได้นานถึง 16 ชั่วโมงต่อการชาร์ตไฟประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

4-2.jpg
4-3.jpg

การใช้งานไร้สายสำหรับทั้งตัวกระดานและ quick keys remote สามารถใช้งานได้ ด้วยการเสียบ wireless dongle เข้ากับคอมพิวเตอร์หรือ laptop หากไม่มีช่อง USB-A ก็สามารถใช้หัวแปลง USB-A to USB-C ที่แถมมาให้ด้วยได้เลย แต่ตัวกระดานกับ quick keys remote ต้องชาร์ตไฟก่อนนะ

  การชาร์ตไฟสำหรับกระดานวาดและ quick keys remote เพียงแค่เสียบ USB ทิ้งไว้เหมือนการชาร์ตสมาร์ทโฟนทั่วๆไป แต่ปริมาณแบตเตอรี่ต้องดูผ่านตัวโปรแกรม Xencelabs เท่านั้น

3-2.jpg
5-1.jpg
5-2.jpg

ปากกา 2 ด้าม ต่างกันแต่ใช้ดีเหมือนกัน

 กล่องเก็บปากกาใช้วัสดุอย่างดีให้ความรู้สึกพรีเมียม และในกล่องปากกา Xencelabs จะให้มาเป็นปากกา 2 ขนาด ให้เราเลือกใช้ตามความถนัดได้เลย มีทั้ง “Thin pen” สำหรับคนมือเล็กหรือถนัดใช้ปากกาเล็กๆ และ “3 buttons pen” ปากกาขนาดใหญ่ที่คุ้นเคย ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ รองรับแรงกดที่ 8,192 ระดับและเอียงได้ 60 องศา ตามมาตรฐานเมาส์ปากกาทั่วไป

5-3.jpg
5-4.jpg

  ภายในกล่องเก็บปากกามีไส้ปากกาสำรองมาให้ 10 ชิ้น เป็นแบบพลาสติกธรรมดา 6 ชิ้น และมีไส้แบบสากที่ให้ฟีลการววาดเหมือนดินสอมาอีก 4 ชิ้น เวลาเปลี่ยนสามารถใช้แหวนที่แถมมาดึงไส้ปากกาเพื่อเปลี่ยนได้เลย

3-4.jpg
6-1.jpg
6.jpg

 Quick keys Remote

 

 Quick keys Remote มีหน้าจอขาว-ดำแบบ oled มองเห็นคำสั่งได้อย่างชัดเจน จับถือสะดวกให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม งานประกอบแข็งแรง มีรับประกันให้ 2 ปี สามารถตั้งค่าปุ่มคีย์ลัดได้มากกว่า 40 คำสั่ง (8 คีย์ลัด, 5 โหมด) โดยเราสามารถกดเปลี่ยนโหมดได้ทึ่ปุ่มตรงกลาง dial ring และสีรอบ dial ring จะเปลี่ยนไปตามโหมดที่เราเลือก มีปุ่มเปลี่ยนชุดคำสั่งที่สามารถตั้งค่าได้อีก 5 โปรไฟล์ ที่ด้านล่างของตัวรีโมตจะมีสวิทซ์เปิด-ปิด สำหรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายใช้งานได้สูงสุดที่ 53 ชั่วโมงต่อการชาร์ตไฟประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

6-2.jpg
6-3.jpg
6-4.jpg

 การตั้งค่าคีย์ลัดสามารถทำได้ผ่านตัวโปรแกรม Xencelabs ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตามลักษณะการใช้งานของเรา

11 (13).jpg

ซอฟท์แวร์  Xencelabs

 

 ตัวซอฟท์แวร์ของทาง Xencelabs มี UI ที่เข้าใจง่าย ใช้งานได้ไม่ยากอย่างที่คิด การติดตั้งก็สามารถดาวน์โหลดไดร์ฟเวอร์จากเว็บไซต์ https://www.xencelabs.com/sea/support/download-drivers/

มาลงได้เลย รองรับทั้งระบบ Mac OS, Windows และ Linux

11 (1).jpg

 เปิดโปรแกรมขึ้นมาจะเราเห็นอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับโปรแกรม Xencelabs ปริมาณแบตเตอรี่ของตัวกระดานวาดและ Quick Keys Remote 

11 (4).jpg
11 (2).jpg
11 (3).jpg

 เราสามารถเพิ่มโปรแกรมที่ต้องการได้โดยเลือกที่เครื่องหมาย + ด้านบนขวา ส่วนตัวผมใช้แค่ photoshop (รองรับทุกโปรแกรมทั้ง 2D และ 3D) สามารถตั้งค่าปุ่มกดด้านบนของกระดานวาดได้เอง รวมไปถึงสีของไฟ led แสดงสถานะบนกระดานวาดด้วย

11 (7).jpg
11 (5).jpg
11 (6).jpg

ตัวปากกาทั้ง 2 แบบ ก็สามารถตั้งค่าแรงกดแยกกันได้อย่างอิสระ มีปุ่มยางลบ และปุ่มกดบนตัวปากกาตามมาตรฐาน โดย thin pen จะมี 2 ปุ่ม ส่วน 3 button pen ก็มี 3 ปุ่ม ตามชื่อเลย 

11 (9).jpg
11 (8).jpg
11 (10).jpg

Quick Keys Remote สามารถเลือกตั้งค่าโปรไฟล์ ได้แบบละเอียดและมีคีย์ลัดเยอะมากจริงๆ จากการลองใช้งานมาระยะนึงพบว่า ถ้าใช้เป็นเวลานานจนจำแพทเทิร์นรีโมตได้แล้ว อาจจะแทบไม่ต้องกดคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดเลยทีเดียว

Quick Keys Remote สามารถเลือกตั้งค่าโปรไฟล์ ได้แบบละเอียดและมีคีย์ลัดเยอะมากจริงๆ จากการลองใช้งานมาระยะนึงพบว่า ถ้าใช้เป็นเวลานานจนจำแพทเทิร์นรีโมตได้แล้ว อาจจะแทบไม่ต้องกดคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดเลยทีเดียว

7.jpg
7-1.jpg
7-3.jpg

ประสบการณ์ การใช้งาน

 

  หลังจากใช้งานมาประมาณ 1 สัปดาห์ รู้สึกว่าผิวหน้ากระดานวาดมีความลื่น เขียนงานได้สมูท แต่หากใช้ไส้ปากกาแบบสากจะให้ฟีลการวาดเหมือนดินสอ ที่รู้สึกได้ชัดเจนคือช่วงล่างของกระดานที่ดีไซน์โค้งมนมีผลจริงๆ คือช่วยให้ไม่ปวดข้อมือมากเมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ พื้นที่ทำงานก็อยู่ในมาตรฐานของเมาส์ปากกาขนาดกลาง 10 x 6 นิ้ว ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ส่วน Quick keys remote ช่วยให้การทำงานสนุกขึ้นและสะดวกขึ้นมาก (ถ้าหากใช้จนจำแพทเทิร์นที่ตัวเองตั้งไว้ได้)

บทสรุป

 

 ความรู้สึกส่วนตัวชอบ Xencelabs มากกว่า Wacom Intuos Medium ที่เคยใช้เสียอีก ส่วนของราคาก็ถือว่าใกล้เคียงกัน (Xencelabs Medium Bundle with Quick keys ราคา 13,750 บาท) ทั้งวัสดุที่ใช้, การดีไซน์ที่ดี และงานประกอบแข็งแรงไม่น้อยหน้าแบรนด์เจ้าตลาดเลย ทำให้น่าติดตามเหลือเกินว่า Xencelabs รุ่นใหม่ๆต่อจากนี้จะน่าสนใจแค่ไหน

  หากคุณเป็น digital artist ที่กำลังมองหาเมาส์ปากกาอันใหม่และไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ใด Xencelabs ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าพิจารณามากเลยทีเดียว สำหรับผม เมาส์ปากกาตัวหลักเตรียมเปลี่ยนมาเป็น Xencelabs แล้วครับ :D

   หากเพื่อนๆท่านใดสนใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ด้านล่างนี้เลยนะ

 

Digital friends Website: https://www.digitalfriends.co.th/

Xencelabs Website: https://www.xencelabs.com/

Xencelabs Medium Bundle with Quick keys

Thai store:

https://www.xencelabs.com/product/xencelabs-pen-tablet-medium-bundle/

Global store:

https://www.digitalfriends.co.th/shop/pen-tablet-medium-bundle-with-quick-keys/

My Room - 14  By Razaras

ตัวอย่างงานที่วาดด้วย Xencelabs Medium Bundle

14-My Room X Xencelabs_P.jpg